
การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายโดยเน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่จากปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติและเผชิญปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการคิดหลายรูปแบบตามมา ซึ่งอาศัยการร่วมมือกันกับหลาย ๆ ฝ่าย
รูปแบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน หรือ PBL Problem – Based Learning เป็นอย่างไร
ลักษณะสำคัญการของเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน มีดังนี้
- Student – Centered Learning รูปแบบการเรียนโดยใช้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง
- จัดกลุ่มผู้เรียนย่อย ๆ โดยมีจำนวนกลุ่มละประมาณ 5 – 8 คน
- ผู้สอนทำหน้าที่ให้คำแนะนำ Guide หรือผู้อำนวยความสะดวก Facilitator
- ปัญหาที่นำมาขบคิดต้องคลุมเครือ ไม่ชัดเจน มีวิธีการแก้ไขปัญหาหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจงเพียงคำตอบเดียว
- Self – Directed Learning ผู้เรียนเป็นผู้ทำหน้าที่แก้ไขปัญหา โดยเริ่มต้นจากการแสวงหาข้อมูลใหม่ ๆ ด้วยตนเอง
- Authentic Assessment ประเมินผลจากสถานการณ์จริง โดยพิจารณาจากความสามารถในการปฏิบัติของผู้เรียนขณะทำกิจกรรมการเรียนรู้ Learning Process และพิจารณาจากผลงานที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ Learning Product
เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานต่างกันอย่างไร
การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานและการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คือ
- การเรียนรู้โดยใช้ปัญหา เน้นการกำหนดสิ่งที่จะเรียนรู้และกระบวนการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ เพื่ออธิบายปัญหาที่พบ
- ส่วนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหา เน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีและตัดสินใจเลือกทางที่เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหานั้น ๆ
สิ่งที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
ผู้เรียนที่เรียนรู้จากกระบวนการใช้ปัญหาเป็นฐาน ส่วนใหญ่จะมีความรู้และทักษะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- มีความรู้สอดคล้องกับบริบทจริงและนำไปประยุกต์ใช้ได้
- Critical Thinking พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์
- Analytical Thinking การคิดวิเคราะห์
- Rational Thinking การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล
- Synthetic Thinking การคิดสังเคราะห์
- Creative Thinking การคิดสร้างสรรค์
- Problem Solving Thinking นำไปสู่การคิดแก้ปัญหาที่มีประสิทธิผล
- Lifelong Learning ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่องและนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
- สามารถทำงานและสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีแรงจูงใจในการเรียนรู้
- Retention ความคงอยู่ของความรู้จะนานขึ้น
การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานนั้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ในการแก้ปัญหามากกว่าการเรียนรู้หรือท่องจำ ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมกับการวิเคราะห์และตั้งคำถามกับปัญหา รู้จักงานวิจัยหลายชิ้น ส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะในการตั้งสมมติฐานและเหตุผลดีขึ้น ทำงานเป็นกลุ่มและสื่อสารกับผู้อื่นได้ดี พร้อมทั้งเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้และมีส่วนร่วมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยต้องผ่านการร่วมมือกันระหว่างภาควิชาและหน่วยงาน รวมถึงคนในองค์กร หากขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปคงยากจะทำให้สำเร็จได้
